สำนักงานวิถีชุมชนวัด สังฆมณฑลจันทบุรี
21/3 หมู่ที่ 1  ตำบลสุรศักดิ์  อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20110
เบอร์โทรศัพท์ 080-2274555
บทความ by Fr. MANOP
เราเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี ผู้เลี้ยงแกะที่ดีย่อมสละชีวิตเพื่อแกะของตน ... นี่คือหน้าที่หลักของสมาชิกสภาอภิบาลวัดทุกคน
เราเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี
ผู้เลี้ยงแกะที่ดีย่อมสละชีวิตเพื่อแกะของตน ... นี่คือหน้าที่หลักของสมาชิกสภาอภิบาลวัดทุกคน

 
       เราเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี ผู้เลี้ยงแกะย่อมสละชีวิตเพื่อแกะของตน  ลูกจ้างที่ไม่ใช่ผู้เลี้ยงแกะและไม่เป็นเจ้าของแกะ เมื่อเห็นสุนัขป่าเข้ามาก็ละทิ้งบรรดาแกะและหนีไป สุนัขป่าแย่งชิงแกะ และฝูงแกะก็กระจัดกระจายไป ลูกจ้างวิ่งหนีเพราะเขาเป็นเพียงลูกจ้าง ไม่มีความห่วงใยฝูงแกะเลย เราเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี เรารู้จักแกะของเรา และแกะของเราก็รู้จักเราพระบิดาทรงรู้จักเราฉันใด เราก็รู้จักพระบิดาฉันนั้น เรายอมสละชีวิตเพื่อแกะของเรา
       เรายังมีแกะอื่น ๆ ซึ่งไม่อยู่ในคอกนี้ เราต้องนำหน้าแกะเหล่านี้ด้วย แกะจะฟังเสียงของเรา จะมีแกะเพียงฝูงเดียวและผู้เลี้ยงเพียงคนเดียว พระบิดาทรงรักเรา เพราะเราสละชีวิตของเราเพื่อจะเอาชีวิตนั้นคืนมาอีก ไม่มีใครเอาชีวิตไปจากเราได้ แต่เราเองสมัครใจสละชีวิตนั้น เรามีอำนาจที่จะสละชีวิตของเรา และมีอำนาจที่จะเอาชีวิตนั้นคืนมาอีก นี่คือพระบัญชาที่เราได้รับจากพระบิดาของเรา (ยน 10 : 11-18)
                        ...............................................................
    ประเด็นของพระเยซูเจ้าคือ
    - หากเราทำงานเพียงเพราะหวัง “รางวัล” เราจะคิดถึง “เงิน” เป็นส่วนใหญ่
    - แต่ถ้าเราทำงานเพราะ “ใจรัก” เราจะคิดถึง “คน” ที่เราตั้งใจรับใช้เป็นส่วนใหญ่
    พระองค์คือผู้เลี้ยงแกะที่ดีเพราะพระองค์รักแกะของพระองค์ และพร้อมจะเสี่ยงหรือแม้แต่พลีชีวิตของพระองค์เองเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของแกะ !
   
มีข้อคิดที่เราควรนำมาใคร่ครวญ 2 ประการด้วยกัน คือ
    1.    พระเยซูเจ้าคือผู้เลี้ยงแกะที่ดี  คำว่า “ดี” ในภาษากรีกใช้ 2 คำ คือ
        - agathos (อากาธอส) หมายถึงสิ่งที่มีคุณภาพ หรือมีคุณสมบัติทางด้านศีลธรรมอยู่ในเกณฑ์ดี
        - kalos (คาลอส) หมายถึงนอกจาก “ดี” แบบ “อากาธอส” แล้ว ยังมีความน่ารัก น่าชื่นชมแฝงอยู่ด้วย และพระองค์ทรงเลือกใช้คำ “คาลอส” เพื่อบอกว่าทรงเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ “ดี”
        หมายความว่า พระเยซูเจ้านอกจากจะเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี มีประสิทธิภาพและซื่อสัตย์ต่อการปกป้องฝูงแกะของพระองค์แล้ว พระองค์ยังมีความน่ารักอีกด้วย เหมือนเวลาเราบอกว่า “คุณพ่อคนนี้ดี” หรือ “คุณหมอคนนั้นดี” เราไม่ได้หมายความเพียงว่าคุณพ่อหรือคุณหมอคนนั้นเก่งเพียงอย่างเดียว แต่เราคิดถึงความใจดี ความเอื้ออาทร ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอันเป็นคุณสมบัติที่น่ารัก น่าชื่นชมของท่านเหล่านั้นด้วย
     2.    คนรับจ้างเลี้ยงแกะคืออันตรายใหญ่สุด  ฝูงแกะคือพระศาสนจักร  อันตรายของพระศาสนจักรมีทั้งจากภายนอกและจากภายใน  จากภายนอกคือสุนัขป่า ขโมย และโจร  จากภายในคือคนรับจ้างเลี้ยงแกะที่ไม่รับผิดชอบและพร้อมทอดทิ้งแกะให้เผชิญภยันตรายตามลำพัง
        หากผู้เลี้ยงแกะมองกระแสเรียกของตนเป็น “อาชีพ” มากกว่าเป็น “การรับใช้” แกะย่อมตกอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวง เพราะศัตรูจากภายนอกสามารถจู่โจมเข้าทำลายฝูงแกะได้โดยง่าย


    จากวิสัยทัศน์ของพระเยซูเจ้าที่มองว่า สักวันหนึ่ง “จะมีแกะเพียงฝูงเดียวและผู้เลี้ยงเพียงคนเดียว” นี้ ก่อให้เกิดความคิดและพลังบันดาลใจแก่เรา 2 ประการด้วยกัน กล่าวคือ
    1.    โลกจะเป็นหนึ่งเดียวกันได้ก็โดยอาศัยพระเยซูเจ้า  เพราะพระองค์คือ “ผู้เลี้ยงแกะเพียงคนเดียว” คนนั้น ! ความเป็นหนึ่งเดียวกันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราต่างเป็นบุตรของพระเจ้าร่วมกัน  หาไม่แล้วโลกจะแบ่งแยกเป็นชาติต่าง ๆ  และในชาติเดียวกันยังแบ่งเป็นเผ่า เป็นก๊ก เป็นชนชั้น เป็นพรรค เป็นพวก ฯลฯ ไม่มีวันจบสิ้น เราจะเอาชนะเส้นแบ่งความแตกต่างได้ก็โดยอาศัยข่าวดีของพระเยซูคริสตเจ้า พระเจ้าของเราเท่านั้น !
    2.    วิสัยทัศน์ของพระองค์จะเป็นจริงได้ก็โดยอาศัยเราทุกคน  มนุษย์จะได้ยินข่าวดีได้อย่างไรหากไม่มีผู้ประกาศ  แกะจะเป็นฝูงเดียวกันได้อย่างไรหากไม่มีคนเลี้ยงแกะออกไปต้อนมันมารวมกัน นี่คือภารกิจอันยิ่งใหญ่ของพระศาสนจักรและของเราทุกคน !


    “พระบิดาทรงรักเรา เพราะเราสละชีวิตของเราเพื่อจะเอาชีวิตนั้นคืนมาอีก”
    คำพูดสั้น ๆ นี้แสดงให้เห็นตัวตนของพระเยซูเจ้าได้ดีที่สุด

    1.    ชีวิตของพระองค์คือการนบนอบพระบิดา  พระองค์พร้อมน้อมรับภารกิจทุกอย่างที่พระบิดาทรงมอบหมายแก่พระองค์แม้จะต้องพลีชีพก็ตาม  ความเป็น “พระบุตร” ของพระองค์มิได้หมายความว่าพระองค์นึกจะทำอะไรตามใจชอบก็ได้ แต่พระองค์ทรงเลือกกระทำเฉพาะสิ่งที่พระบิดาทรงพอพระทัยเท่านั้น หากเราปรารถนาเป็นบุตรของพระเจ้า เราต้องนบนอบต่อน้ำพระทัยของพระบิดาเช่นเดียวกัน !
    2.    พระองค์มองกางเขนเป็นหนทางสู่ความรุ่งโรจน์  พระองค์ไม่เคยสงสัยเลยว่าจะต้องสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และในเวลาเดียวกัน พระองค์ก็ไม่สงสัยเลยว่าจะกลับคืนพระชนมชีพ  เหตุผลคือพระองค์ทรงวางพระทัยในพระบิดาอย่างเต็มเปี่ยม  พระองค์ทราบดีว่าพระบิดาจะไม่มีวันทอดทิ้งพระองค์
    3.    พระองค์สิ้นพระชนม์ด้วยความสมัครพระทัย  พระองค์ตรัสว่า “ท่านคิดว่า เราจะอ้อนวอนพระบิดาเจ้าให้ส่งทูตสวรรค์มากกว่าสิบสองกองพลมาช่วยเราบัดนี้มิได้หรือ” (มธ 26:53) และ “ไม่มีใครเอาชีวิตไปจากเราได้” (ยน 10:18)
        แปลว่าพระองค์ไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์จนตรอก หรือเป็นเหมือนลูกแกะที่ถูกลากจูงไปฆ่าเป็นเครื่องบูชาโดยไม่เต็มใจและไ
ม่รู้เรื่องรู้ราวใด ๆ ทั้งสิ้น ตรงกันข้าม พระองค์เองเลือกและเต็มใจพลีชีพของพระองค์เอง...  เพื่อเรา !!!
        บทสรุป
        จิตตารมณ์ของผู้อภิบาลจากพระเยซูเจ้า คือแบบอย่างของสมาชิกสภาฯทุกท่าน เราต้องทำความเข้าใจและดำเนินตามทางของพระองค์เพื่อการดูแลลูกแกะตามวัดของเรา และนี่คือบทบาทของทุกคนเป็นต้นฆราวาสในพระศาสนจักร
 
                ......................................................................
 
เรียบเรียงมาจากบทความของแผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
God bless you
Manop Prachinburi May 13th 2022
โพสเมื่อ : 17 พ.ค. 2565,15:43   อ่าน 249 ครั้ง